Wednesday, May 03, 2006

แยกขยะ…ได้อะไร ???

เรามักได้ยินคนพูดถึงกันบ่อยเรื่องการแยกขยะ มีกิจกรรม มีเรื่องเล่าจากต่างประเทศมากมาย แต่คนไทยก็ไม่ได้มีการนำไปใช้อย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที บางคนกลับนึกตลกด้วยซ้ำที่รอบตัวมีถังขยะตั้งอยู่หลายๆ ใบ เพื่อใส่ของที่แตกต่างกัน โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่านั่นล่ะจะกลายเป็นทองคำได้

การแยกขยะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ถ้าไม่นับถึงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่พอกล่าวถึงเรื่องนี้ทีไร ก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปทันที เปลี่ยนเป็นเรื่องใกล้ๆ ตัวที่มองภาพแล้วต้องมานั่งนึกดีกว่า ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้ทิ้งเงินไปแล้วเท่าไหร่ มีน้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่บริษัทญี่ปุ่น ต้องแยกขยะและจัดให้เป็นระเบียบ แค่กระดาษต้องแยกเป็นกระดาษขาว กระดาษสี หรือแม้แต่กระดาษแฟกซ์ แต่การเสียเวลาแยกขยะที่ว่านั้น กลับได้เป็นโบนัสให้พนักงานไปเที่ยวต่างจังหวัดได้เลยทีเดียว

ประเทศไทยใช้กระดาษประมาณ 34 กก./คน/ปี หรือ 2 ล้านตัน/ปี การผลิตกระดาษ 1 ตัน ต้องใช้ต้นไม้ 17 ตัน ไฟฟ้า 1,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง น้ำมันเตา 300 ลิตร น้ำ 100 ตัน และคลอรีน 5 กิโลกรัม เห็นอย่างนี้แล้วไม่นึกเสียดายกระดาษที่ใช้ไปบ้างหรือคะ กระดาษสามารถขายกลับไปแปรรูปเป็นเยื่อกระดาษใหม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีราคาเท่ากันหมด อย่างกระดาษหนังสือพิมพ์ ราคา 3 บาท/กก. แต่กระดาษขาว ราคา 5 บาท/กก. แล้วในแต่ละวันบริษัทของคุณทิ้งกระดาษไปเท่าไหร่ โดยเฉพาะช่วงที่เอกสารบัญชีหรือเอกสารควบคุมหมดอายุ ไม่น้อยเลยใช่หรือเปล่าคะ หากไม่ต้องการให้ข้อมูลภายในรั่วไหล ก็ใช้วิธีย่อยกระดาษก่อนขายก็ได้ นั่นมีราคาถึง 3 บาท/กก. เลยทีเดียว อย่าทำให้มันหมดค่าไปเลยค่ะ

ขวดแก้วก็เหมือนกัน ราคาต่างกันมาก ขวดขาวเล็กๆ ราคา 0.60 บาท/กก. ขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีสีแดง ราคา 0.50 บาท/กก. แต่ขวดเบียร์ ราคา 8 บาท/กก. (ประมาณ 3 ใบ/บาท) แต่ที่แพงสุดคือขวดน้ำปลาหรือขวดเหล้า ราคาตั้งใบละ 1 บาท เลิกงานสังสรรค์แล้วก็อย่าลืมเก็บขวดไปขายด้วยก็แล้วกัน

กรณีของโลหะ (Metal) คงแยกได้แค่เหล็กกับอลูมิเนียม เพราะใช้แม่เหล็ก (Magnetic) ได้ เราคงไม่ต้องถึงกับใช้วิธีไฟฟ้าสถิตย์ (Electrostatic) แยกโดยอาศัยความต่างในการนำไฟฟ้าหรอก มันยุ่งยากเกินไป ราคาของโลหะแตกต่างกันมาก เช่น เหล็ก ราคาแค่ 5.5 บาท/กก. แต่กระป๋องอลูมิเนียม ราคาสูงถึง 36 บาท/กก. และถ้าเป็นอลูมิเนียมอื่นๆ ราคาก็ขึ้นไปถึง 40-45 บาท/กก. ส่วนสังกะสี ราคาเหลือเพียง 2 บาท/กก. เท่านั้น แถมบางที่ไม่รับซื้อเลยอีกต่างหาก ทองแดงเส้นใหญ่ ราคา 130 บาท/กก. แต่ทองเหลือง ราคาแค่ 50 บาท/กก.

สำหรับพลาสติกเป็นเรื่องที่คนสงสัยกันมาก การที่พลาสติกมีราคาต่างกันนั้น เพราะประเด็นสำคัญของการ recycle อยู่ที่การแยกประเภท ถึงแม้พลาสติกประเภทเดียวกันจะมีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเข้ากันได้เสมอไป (Incompatible) เช่น โพลีเอสเทอร์ (Polyester-PET) ที่ใช้ทำขวดพลาสติก จะแตกต่างจาก PET ที่ใช้ในการผลิตเส้นใย (Fiber) ถ้าจะให้แยกกันจริงๆ คงลำบาก เพราะอย่างขวดพลาสติกที่บรรจุน้ำอัดลม บนขวดจะระบุรหัสว่าเป็น PET เบอร์ 1 แต่ส่วนฐานของขวดกลับทำด้วย HDPE เบอร์ 2 นอกจากนี้ขวดพลาสติกยังมีส่วนประกอบอื่นอีก เช่น ฉลาก กาว และฝาปิดขวดที่เป็นพลาสติกชนิดอื่นด้วย

พลาสติกโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastics) และเทอร์โมเซตติ้ง (Thermosetting) เทอร์โมพลาสติกนำมาหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้ เช่น PVC (Polyvinylchloride) หรืออีกอย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ขวด PET (Polyester) ดังนั้นจึงมีราคาสูงกว่า สำหรับพลาสติกขาว-ขุ่น (PE) หรือขวดน้ำเกลือ ราคาอยู่ที่ 5 บาท/กก. พลาสติกจำพวกขวดนม หรือถ้วยโยเกิร์ต ราคา 8 บาท/กก. พลาสติกใส/ขวด PET/ขวดน้ำมันพืช ราคา 13 บาท/กก. ส่วนท่อ PVC สีเทา ราคาแค่ 2 บาท/กก. เท่านั้น

เทอร์โมเซตติ้ง เป็นพลาสติกที่นำไปหลอมใหม่ไม่ได้ ได้แก่ ซิลิโคน (Silicone) PUR (Polyurethane) อีพอกซี่ (Epoxy) เมลามีน (Melamine) ฯลฯ ตัวอย่างเช่น ถ้วย ชาม ยางปูพื้นกันลื่น กาวสังเคราะห์ เป็นต้น

แยกขยะ..ได้อะไรบ้าง อย่างน้อยๆ ขยะที่เราขายก็ได้เงิน เป็นผลตอบแทนที่เห็นชัดเจนที่สุด ส่วนผลพลอยได้นั้นกลับมีค่ามากกว่าหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการประหยัดทรัพยากรของชาติ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกทำลายจากการเผาขยะ การที่จะปฏิบัติได้อย่างเป็นกิจวัตรนั้น ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะทำ ไม่ใช่ถูกบังคับ และควรเป็นวัฒนธรรมที่ถูกฝึกให้ปฏิบัติกันทั้งองค์กร